<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-35044137</id><updated>2011-04-22T06:50:41.891+07:00</updated><category term='การเมืองเรื่องใกล้ตัว'/><category term='เศรษฐกิจคิดลึกลึก'/><category term='หนังเพื่อชีวิต'/><title type='text'>Suki Media</title><subtitle type='html'>where you become wise</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://sukimedia.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sukimedia.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>baramee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02049421081932796319</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>6</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35044137.post-7505204734356992413</id><published>2006-11-06T09:45:00.001+07:00</published><updated>2006-11-06T09:45:48.613+07:00</updated><title type='text'>ย้ายแล้วครับ</title><content type='html'>แจ้งให้ทราบครับว่า ตอนนี้ขอย้ายถิ่น Suki Media ไปอยู่ที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://baramee.wordpress.com"&gt;http://baramee.wordpress.com&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจาก feature ต่างๆ ของ wordpress มีหลากหลายกว่า, theme มีให้เลือกเยอะกว่า, และมีกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสมกว่า ถึงแม้การใช้งานบางฟังก์ชันจะไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ก็ตาม แต่คิดว่าจะสามารถตอบสนองการใช้งานโดยรวมของผมได้ดีกว่า จึงขอแจ้งให้ทราบ ณ บัดนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35044137-7505204734356992413?l=sukimedia.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sukimedia.blogspot.com/feeds/7505204734356992413/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35044137&amp;postID=7505204734356992413' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/7505204734356992413'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/7505204734356992413'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sukimedia.blogspot.com/2006/11/blog-post.html' title='ย้ายแล้วครับ'/><author><name>baramee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02049421081932796319</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35044137.post-7046556006238132198</id><published>2006-10-26T19:11:00.001+07:00</published><updated>2006-10-26T19:11:05.277+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนังเพื่อชีวิต'/><title type='text'>เกือบจะเป็นบทวิจารณ์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;มีแฟนประจำรายการของผมคนหนึ่ง ติดตามงานทั้งทีวี วิทยุ และงานเขียนของผมมาตลอด มาวันนี้เธอจะแสดงฝีมือเองบ้าง ด้วยข้อคิดเห็นที่คล้ายๆ กับบทวิจารณ์ภาพยนตร์ ถึงแม้จะยังไม่สามารถเรียกว่าบทวิจารณ์ได้เต็มร้อย แต่ก็ถือว่าเป็นทัศนะที่มีต่อภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย อ่านแล้วคิดเห็นอย่างไร บอกต่อกันด้วยครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;The Departed&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;"&gt;โดย lost in space&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.themovieblog.com/archives/Departed-Poster.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.themovieblog.com/archives/Departed-Poster.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คำ&lt;/span&gt;กล่าวที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ตามตำราพิชัยสงครามของซุนวู เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อหวังผลฟาดฟันห้ำหั่นศัตรูฝ่ายตรงข้ามให้แพ้พ่าย ยอมหมอบราบคาบแก้วแต่โดยดี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หนึ่งในวิธีการ “รู้เขา” เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำ ลดการคาดเดาให้น้อยที่สุด ได้เปรียบที่สุด คือวิธีการส่งไส้ศึก หรือ “หนอนบ่อนไส้” นั่นคือส่งคนเข้าไปแฝงตัวในฝ่ายตรงข้ามเพื่อเจาะหาข้อมูล ตามความเคลื่อนไหวของศัตรู นี่ดูว่าอาจจะเป็นวิธีดีที่สุดในการ “รู้เขา” แต่ก็เสี่ยงที่สุดเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คนที่ถูกกำหนดให้เป็น “หนอน” ต้องยอมรับสภาพ และรู้อยู่แก่ใจดีแต่แรกแล้วว่าชีวิตจะเดินไปในทิศทางใด แน่นอนว่ามันไม่สดใสสวยงามดังความฝัน ทุกก้าวย่างไม่นิ่มนวลเหมือนทางเดินที่ปูลาดด้วยพรม และหากผิดพลาด ชีวิตจะจบลงอย่างน่าเอน็จอนาถขนาดไหน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ใน The Departed มีหนอน 2 ตัว ที่อยู่คนละขั้ว ระหว่างฝ่ายตำรวจ และแก๊งมาเฟีย ทั้งสองจำต้องรับสภาพชีวิตให้เป็นไปตามภูมิหลังชีวิตที่เลือกไม่ได้ ภูมิหลังที่คนส่วนใหญ่ในสังคมกำหนดวางไว้ไม่ให้ไกลเกินกว่าพวกเด็กข้างถนน พวกอันธพาลนักรีดไถ พวกมิจฉาชีพฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;strong&gt;Colin Sullivan&lt;/strong&gt; (Mat Damon) เติบโตขึ้นมาจากเด็กยากจนคนหนึ่ง ในย่านคนยากไร้หลากเชื้อชาติแห่งหนึ่งในบอสตัน จนกลายเป็นนายตำรวจหนุ่มรุ่นใหม่ ภาพลักษณ์ดูดี มีการศึกษา อนาคตไกล ด้วยการอุปถัมภ์เลี้ยงดูจาก &lt;strong&gt;Frank Costello&lt;/strong&gt; (Jack Nicholson) หัวหน้าแก๊งมาเฟียชาวไอริชอันเลื่องชื่อ แต่หาตัวจับยาก แม้แต่หัวหน้าแก๊งอื่นในบอสตัน เพียงได้ยินชื่อเขายังขยาด ชื่อของ Frank Costello ถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ในบัญชีดำของตำรวจบอสตันมานานหลายปี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;Sullivan ผู้ถูกเลี้ยงในแก๊งมิจฉาชีพมาตั้งแต่เด็กจนโต มีแววฉลาดเก่งกาจในทางบุ๋น คือการใช้สมองและไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เขาจึงถูกส่งไปเรียนในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อทำหน้าที่เป็นไส้ศึกส่งข่าวให้กับแก๊งของ Costello ในยามที่ตำรวจส่งทีมไล่ล่า การซื้อขายของผิดกฎหมายทุกครั้งของ Costello จึงไม่เคยถูกจับได้ไล่ทัน ก็เพราะมีหนอนอย่าง Sulivan นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;strong&gt;Billy Costigan&lt;/strong&gt; (Leonado DiCaprio) เป็นชีวิตอีกขั้วที่คู่ขนานไปกับชีวิตของ Sullivan ภูมิหลังทางครอบครัวของ Costigan รายล้อมไปด้วยกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพในแหล่งชุมชนแออัดหลากชาติหลายพันธุ์ แม้ว่า Costigan จะพยายามถีบตัวเองให้พ้นจากสภาพแวดล้อมเดิม ที่อนาคตมีแต่ความมืดมนอนธการ ด้วยการสอบเข้าเรียนนายร้อยตำรวจจนจบออกมา เพื่อหวังจะเป็นตำรวจที่ดี มีอุดมการณ์ มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม แต่ดูเหมือนเขากลับถูกผลักไสให้กลับไปสู่สภาพแวดล้อมเดิมๆ อีกครั้งด้วยเหตุผลอันขันขื่น เพียงเพราะเขามีภูมิหลังทางครอบครัวที่ดูแย่และเลวร้ายกว่าใครในบรรดานักเรียนตำรวจรุ่นที่เขาเรียนจบมา เหมาะสมที่จะใกล้ชิดเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับพวกมิจฉาชีพได้อย่างไร้ข้อสงสัย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;Costigan ไม่เต็มใจในหน้าที่นัก แต่ก็ต้องรับผิดชอบ เขาถูกส่งให้ไปเป็นสายสืบนอกเครื่องแบบ แฝงตัวอยู่ในแก๊งของ Costello เพื่อคอยส่งข่าวให้ทางตำรวจรู้ความเคลื่อนไหวในทุกครั้งที่มีการลักลอบซื้อขายของผิดกฎหมาย และเป้าหมายที่สำคัญคือ การจับกุมหรือกำจัด Costello ให้ได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ทั้ง Colin Sullivan, Billy Costigan และ Frank Costello เป็น 3 ตัวละครหลักสำคัญของ The Departed ที่ทำให้ตัวหนังดำเนินไปอย่างเข้มข้นชวนติดตาม ด้วยความมีมิติของตัวละครทั้ง 3 แต่ละคน ล้วนมีความขัดแย้งในตัวตนของตัวเอง เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่ Sullivan ต้องเลือกระหว่างเกียรติยศ ชื่อเสียง ความเติบโตในหน้าที่การงาน และชีวิตครอบครัวดีๆ ที่อยู่ใกล้แค่คืบ แต่สิ่งเหล่านั้นมันกลับจะเกินไกลเอื้อม หากเขาต้องเลือกรับผิดชอบต่อภารกิจเพื่อตอบแทนบุญคุณให้ Costello ผู้ที่เขาเรียกว่า “พ่อ”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ขณะที่ Costigan ต้องว้าวุ่นสับสนใจอยู่ตลอดเวลากับเส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างคำว่า “หน้าที่ของตำรวจที่ดี” กับ “ฆาตกรเลือดเย็น” ยิ่งนานวันที่เขาตกอยู่ในวังวนนี้เท่าไหร่ เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วย “ยาระงับประสาท” จากจิตแพทย์ในจำนวนที่มากขึ้นเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ส่วน Billy Costigan มีชีวิตไม่ต่างจากเจ้าพ่อแก๊งมาเฟียผู้มีอิทธิพลทั่วไป เขามีทุกอย่างที่ต้องการ เงินทอง ทรัพย์สิน และ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ผู้หญิง จะขาดก็แต่ “ความวางไว้ใจ” ที่เขาอยากได้ อยากมี และเขาก็รู้อยู่แก่ใจตลอดเวลาว่า เขาจะไม่มีวันได้ ตราบใดที่เขายังเดินบนถนนสายมิจฉาชีพเปื้อนเลือดเส้นนี้ แต่ Costigan ก็ยังไม่เคยคิดเปลี่ยนใจที่จะเลิกเดิน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;The Departed (สร้างมาจากหนังต้นฉบับเดิมคือ Infernal Affairs หรือ 2 คน 2 คม ของฮ่องกง) ไม่ใช่ภาพยนตร์แอ็คชั่น ไล่ล่า ล้างผลาญ เลือดท่วมจอ ตามชื่อภาษาไทยของหนัง “ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ” ที่ทำให้คนดูบางส่วนเข้าใจไขว้เขวในแนวหนังได้ แต่จัดเป็นหนังชีวิตที่ทำให้ได้คิดว่าชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่ด้านเดียว มุมเดียว ไม่ได้มีแค่สีขาวกับสีดำ เราไม่อาจตัดสินคนๆ หนึ่ง ด้วยการมองจากมุมใดมุมเดียว หรือจากสิ่งที่เห็นแค่เปลือกนอก ดังนั้น “การรู้หน้าจึงไม่ได้หมายถึงว่ารู้ใจ” และควรยอมรับด้วยว่าบางครั้งการได้รู้ใจบางคน รู้ความจริงบางอย่าง แม้ว่าอาจทำให้เรารู้สึกตาสว่างขึ้น ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้เราเจ็บปวดใจ สูญสิ้นศรัทธามากขึ้นด้วยเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35044137-7046556006238132198?l=sukimedia.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sukimedia.blogspot.com/feeds/7046556006238132198/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35044137&amp;postID=7046556006238132198' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/7046556006238132198'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/7046556006238132198'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sukimedia.blogspot.com/2006/10/blog-post_26.html' title='เกือบจะเป็นบทวิจารณ์'/><author><name>baramee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02049421081932796319</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35044137.post-1556692515872133726</id><published>2006-10-23T07:57:00.000+07:00</published><updated>2006-10-23T07:57:11.199+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เศรษฐกิจคิดลึกลึก'/><title type='text'>เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้ดูแค่เม็ดเงิน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;font-size:180%;color:#cc0000;"&gt;เ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;รื่อง &lt;strong&gt;เศรษฐกิจพอเพียง &lt;/strong&gt;ยังเป็นเรื่องเถียงกันไม่จบว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร บางคนยังงงว่าถ้าประเทศไทยต้องการเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ทำไมต้องพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ทำไมต้องสร้างความเจริญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกันด้วย สิ่งนี้แสดงถึงความไม่แตกฉานในปรัชญานี้เป็นอย่างมาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/newsphoto/prachachart/inv08200249p1.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.matichon.co.th/newsphoto/prachachart/inv08200249p1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสเข้ารับฟังการแถลงผลการประชุม เรื่องที่รัฐบาลจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนการยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 ในวันที่ 1 มกราคม 2550 คุณ &lt;strong&gt;ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายถึงความพร้อมและเหตุผลถึงการไม่น่าจะยกเลิกน้ำมันเบนซิน 95 แบบหักดิบ แต่ควรจะใช้กลไกตลาดโดยสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ จนท้ายที่สุดคนจะเลิกใช้เบนซิน 95 ไปเองมากกว่า เหตุผลที่สำคัญของการเลื่อนการยกเลิกเบนซิน 95 ก็เพราะไทยยังไม่สามารถผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตแก๊สโซฮอล์ได้เพียงพอ ถ้ายังดึงดันจะยกเลิกเบนซิน 95 ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า ไทยจะต้องนำเข้าเอทานอลจากต่างประเทศแน่นอน อย่างนี้จะเรียกว่าพอเพียงได้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;อีกเรื่องที่การประชุมพูดถึงคือการยกระดับมาตรฐานน้ำมันในประเทศ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล "ยูโร 4" ซึ่งประเทศไหนๆ ก็ใช้มาตรฐานนี้เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากน้ำมันมาตรฐานยูโร 4 มีส่วนประกอบของสารพิษต่ำกว่าน้ำมันที่ขายในประเทศเราทุกวันนี้มาก แต่ปัญหาก็คือการไปให้ถึงจุดนั้นได้ โรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ในบ้านเราต้องปรับปรุงระบบการกลั่นใหม่ นั่นหมายถึงเม็ดเงินที่ต้องใช้ในการนี้รวมๆ แล้วทุกโรงกลั่นก็ประมาณ 50,000 ล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;พอฟังถึงจำนวนเงินนี้เท่านั้น นักข่าวจากสื่อแห่งหนึ่งก็ถามรัฐมนตรีพลังงานว่า ใช้เงินเยอะขนาดนี้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงตรงไหน คุณปิยสวัสดิ์ได้ยินคำถามนี้ก็อึ้งไปสักครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้จ่ายในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆ ทยอยใช้ปรับปรุงระบบโรงกลั่นไปเรื่อยๆ อาจจะเป็น 3 ปี 5 ปี ก็ว่าไป ซึ่งผลที่ได้กลับมาจะคุ้มค่ากว่า 50,000 ล้านบาทมาก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ผมไม่รู้ว่านักข่าวคนนั้นได้รับคำตอบแล้วจะเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้นหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือคุณปิยสวัสดิ์ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมคำว่า "พอเพียง" ถึงดูเพียงแค่จำนวนเงิน ทำไมถึงคิดว่า 50,000 ล้านบาท มันไม่พอเพียง ทำไมถึงคิดว่า 50,000 ล้านบาท มันมากเกินไป&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://imagecache2.allposters.com/images/pic/LPIPOD01/BN12114_18~Gas-Refinery-Singapore-Posters.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand" alt="" src="http://imagecache2.allposters.com/images/pic/LPIPOD01/BN12114_18~Gas-Refinery-Singapore-Posters.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;สิ่งที่ต้องถามกลับนักข่าวคนนั้นก็คือ 50,000 ล้านบาทนั้น น้อยไปหรือเปล่ากับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนที่ประชาชนคนไทยต้องเสียไปกับมลพิษทางอากาศ อันเนื่องมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์นั้น มากเสียจนไม่อาจประนีประนอมได้อีกแล้ว ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าตำรวจจราจรหลายรายเจ็บป่วยจากโรคทางเดินหายใจจนต้องเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากสูดอากาศเสียสะสมเข้าไปทุกวัน ซึ่งก็คงไม่ต่างจากผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางแบบไม่ปรับอากาศ ที่ต้องสูดดมมลพิษเข้าไปทุกวันเช่นกัน และแน่นอนว่าจำนวนคนที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจคงไม่ได้มีเพียงคนหรือสองคน จากจำนวนประชากรในกรุงเทพมหานครนับ 10 ล้านคนทุกวันนี้ และจะมีสักกี่คนที่ยังไม่แสดงอาการ และจะมีสักกี่คนที่มีอาการแสดงออกมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีผลสืบเนื่องมาจากอะไร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;คนป่วยเหล่านี้ ใช่หรือไม่ที่รัฐต้องเข้าไปรับภาระในการรักษา ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นคนระดับกลางถึงล่าง เพราะเป็นผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางแบบไม่ปรับอากาศ ดังนั้น ประกันสังคมจึงเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่ต้องเข้าไปประคับประคอง รวมทั้งเงินจากส่วนอื่นๆ ของภาครัฐที่ต้องเข้าไปดูแลอีกด้วยหากประกันสังคมไม่พอใช้จ่าย แต่มีใครเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าเงินจำนวนนี้ในแต่ละปีมีจำนวนเท่าไหร่ และในอนาคตหากเรายังใช้น้ำมันที่มีมลพิษสูง จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;แน่นอนว่าการเจ็บป่วยจากมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เป็นการเจ็บป่วยแบบสะสม ไม่ใช่การเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน เพราะฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่ตระหนักถึงอันตรายของมัน ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของสารตะกั่วเพื่อเป็นการเพิ่มค่าออกเทน แต่วันหนึ่งเราก็ต้องยกเลิกมันไปเพราะต่างประเทศเขาวิจัยพบอันตรายของสารตะกั่วและเลิกใช้มานานมากแล้ว แม้กระทั่งสีทาผนังบ้านที่มีสารตะกั่ว เขาก็เลิกใช้มานานแล้วเช่นกัน เพราะมีโอกาสที่จะระเหยออกมาทำอันตรายกับผู้อยู่อาศัยในบ้านได้ แต่ตอนนั้นคนไทยก็กลัวและกังวลว่าเครื่องยนต์จะน็อค อัตราเร่งจะเสีย กลัวสารพัด แต่ไม่กลัวสุขภาพตัวเองเสีย แปลกดีเหมือนกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;มาถึงตอนนี้รัฐพยายามรณรงค์ให้คนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ ไม่เพียงเพราะว่าแก๊สโซฮอล์ถูกกว่า แต่เพราะว่าแก๊สโซฮอล์มีการเผาไหม้ที่ดีกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ทำให้มีสารตกค้างออกมาในอากาศน้อยกว่าด้วย ซึ่งสารตกค้างที่เราถือว่าเป็นมลพิษทางอากาศนี้ นอกจากจะทำอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากมาย เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ ซึ่งเป็น &lt;strong&gt;greenhouse gas&lt;/strong&gt; หรือสารที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน หรือ &lt;strong&gt;global warming&lt;/strong&gt; ตามมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.thebeach.com.au/blog/wordpress/wp-content/uploads/2005/06/a-little-global-warming.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.thebeach.com.au/blog/wordpress/wp-content/uploads/2005/06/a-little-global-warming.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;span style="font-family:Arial;"&gt;มีการยืนยันจากผลการวิจัยหลายแห่งทั่วโลกแล้วว่า สารเรือนกระจกเหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนจริง เพราะมันไปทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลงมาที่พื้นผิวโลกโดยตรง ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น และถ้ามองกันเฉพาะจุด เฉพาะสถานที่ นักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าบริเวณขั้วโลกเหนือมีช่องโหว่ของโอโซนอยู่ ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าน้ำแข็งละลายแล้วเราเดือดร้อนอะไร แน่นอนว่าเราไม่เกี่ยวโดยตรง แต่เราได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;นั่นก็คือเมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลายกลายเป็นน้ำมากขึ้น น้ำทะเลบริเวณนั้นก็เจือจางลง ความเค็มลดลง ผลอันแรกคือสัตว์น้ำ พืชน้ำ ปะการัง และระบบนิเวศน์ใต้น้ำ ก็จะดำรงอยู่ไม่ได้ ปริมาณสัตว์น้ำจะร่อยหรอลงทุกปี ชาวประมงจับสัตว์น้ำได้น้อยลง ทำให้ราคาอาหารทะเลแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น วิถีชีวิตของชาวประมงและคนชายฝั่งต้องเปลี่ยนไป หันไปประกอบอาชีพอื่นหรือเกิดภาวะว่างงาน เป็นภาระที่รัฐต้องเข้าไปอุ้มชูด้วยภาษีของประชาชน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ผลอันที่สองคือกระแสน้ำในมหาสมุทรที่ปกติจะมีการหมุนเวียนจากเหนือไปใต้ จากใต้ไปเหนือ ก็จะแปรเปลี่ยนไป เพราะความเข้มข้นของน้ำทะเลถูกเจือจางลงจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก กระแสน้ำเย็นและน้ำอุ่นไม่สามารถหมุนเวียนได้ตามธรรมชาติ ทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป เกิดเอลนิลโญ่และลานิลญ่าบ่อยครั้ง บางแห่งฝนตกผิดฤดูกาล บางแห่งฝนแล้งผิดธรรมชาติ หากเป็นประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ลุ่มเยอะและมีการตัดไม้ทำลายป่ามาก เมื่อเกิดฝนตกมากผิดฤดูกาล ก็ก่อให้เกิดความเสียหายมากมายนับไม่ถ้วน เศรษฐกิจต้องชะลอตัวลงไป และรัฐก็ต้องใช้งบประมาณเข้าไปอุดหนุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;อย่างเช่นเหตุอุทกภัยคราวนี้ของไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาให้ตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นแล้วว่ามีจำนวนถึง 17,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมปัญหาสุขภาพของประชาชนอันเกิดจากน้ำท่วม ทั้งโรคเท้าเปื่อย ผื่นคัน ฉี่หนู และปัญหาสุขภาพจิตอีกที่กรมสุขภาพจิตต้องเข้าไปดูแล ที่สำคัญนี่เป็นตัวเลขของความเสียหายเพียงปีเดียวเท่านั้น หากเกิดเหตุอุทกภัยเช่นนี้เพียง 3 ปี ไทยก็จะสูญเสียทางเศรษฐกิจเกิน 50,000 ล้านบาทแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;จึงถามว่าเม็ดเงินในการปรับปรุงน้ำมันให้มีความสะอาดเพิ่มมากขึ้นและก่อมลพิษน้อยลงในระยะยาวแล้ว ตัวเลข 50,000 ล้านบาท มากไปหรือ? &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;และการปรับปรุงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเช่นนี้ ควรนับเป็นวิถีเศรษฐกิจพอเพียงได้หรือไม่ นักข่าวคนนั้นและประชาชนไทยควรนำกลับไปคิดครับ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35044137-1556692515872133726?l=sukimedia.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sukimedia.blogspot.com/feeds/1556692515872133726/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35044137&amp;postID=1556692515872133726' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/1556692515872133726'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/1556692515872133726'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sukimedia.blogspot.com/2006/10/blog-post_22.html' title='เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้ดูแค่เม็ดเงิน'/><author><name>baramee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02049421081932796319</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35044137.post-4453483096924273757</id><published>2006-10-17T22:26:00.000+07:00</published><updated>2006-10-17T22:26:54.740+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนังเพื่อชีวิต'/><title type='text'>หนัง 3D</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.darkhorizons.com/2006/devil/prada4.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 143px; CURSOR: hand; HEIGHT: 208px" height="218" alt="" src="http://www.darkhorizons.com/2006/devil/prada4.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.ytv.co.jp/yeah/cinema/image/photo/deathnote.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 163px; CURSOR: hand; HEIGHT: 184px" height="156" alt="" src="http://www.ytv.co.jp/yeah/cinema/image/photo/deathnote.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.moviesonline.ca/movie-gallery/albums/the%20departed/the_departed-1.jpg"&gt;&lt;img style="WIDTH: 200px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.moviesonline.ca/movie-gallery/albums/the%20departed/the_departed-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#cc0000;"&gt;สุ&lt;/span&gt;ดสัปดาห์นี้ดูหนังเยอะกว่าปกติที่ผ่านๆ มา เพราะปาเข้าไป 3 เรื่องติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่ The devil wears prada ต่อด้วยเรื่อง The Departed และตบท้ายด้วย Death Note เรียกว่าสามเรื่องสามรส (ชื่อเรื่องขึ้นต้นด้วย D ทุกเรื่องถ้าไม่นับ The) แถมดูแล้วง่วงทุกเรื่อง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ที่ง่วงไม่ใช่เพราะหนังมันห่วย แต่เพราะความอ่อนเพลียส่วนตัวจากการนอนน้อย ซึ่งนับว่าหนังทั้งสามเรื่องทำได้ดี เพราะผมไม่หลับคาโรง ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงหลับไปตั้งแต่สิบนาทีแรก เดี๋ยวนี้ก็อึดขึ้นเยอะแม้จะแก่ลงเยอะก็ตาม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ใครอ่านบทความวันนี้ คงนึกว่าผมจะมาเล่าถึงหนังทั้งสามเรื่องว่ามีเนื้อหาน่าติดตามยังไง หรือจะวิจารณ์อะไรบ้าง ก็ต้องบอกว่าคิดผิดครับ เพราะไม่ได้จะมาเล่าอะไรเลย แค่มาบอกกล่าวให้ฟังก้นเฉยๆ ว่าสุดสัปดาห์นี้ดูหนังเยอะขึ้นกว่าปกติ เพราะตามเก็บหนังที่ไม่ได้ดูมานาน ก็แค่นั้นเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;แต่ก็อดไม่ได้ครับที่จะแนะนำให้ไปดูหนังทั้งสามเรื่องนี้ ถ้ามีเวลาจะมาฟุ้งให้ฟังครับว่าทำไมถึงแนะนำ หรือไม่ก็อาจจะมีคนมาเล่าสู่กันฟังแทน ติดตามเร็วๆ นี้ครับ วันนี้แค่นี้ก่อน ง่วงแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35044137-4453483096924273757?l=sukimedia.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sukimedia.blogspot.com/feeds/4453483096924273757/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35044137&amp;postID=4453483096924273757' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/4453483096924273757'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/4453483096924273757'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sukimedia.blogspot.com/2006/10/blog-post_15.html' title='หนัง 3D'/><author><name>baramee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02049421081932796319</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35044137.post-115989086439542682</id><published>2006-10-12T16:32:00.001+07:00</published><updated>2006-10-12T16:32:31.862+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเมืองเรื่องใกล้ตัว'/><title type='text'>เลือดไหลไม่หยุด</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.kapook.com/hilight/pic3/n4185-1111.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.kapook.com/hilight/pic3/n4185-1111.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;ใ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;นที่สุดพรรคที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยก็เริ่มเสื่อมถอยลง ก็เพราะภาวะเลือดไหลไม่หยุดของพรรคไทยรักไทยเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่ต่างจากเมื่อปีสองปีก่อนที่เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย ในตอนนั้นบรรดานักการเมืองไร้จุดยืนทั้งหลาย ต่างพากันหนีออกจากพรรคที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่แต่อืดอาด ไปอยู่พรรคที่ดูดีมีอนาคตและใหญ่โตคับฟ้า แต่มาตอนนี้กรรมเกิดตามทันอย่างแรงและเร็วกว่าคลื่นสัญญาณ AIS หลายร้อยเท่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;แม้กระทั่งหัวหน้าพรรคอย่าง &lt;strong&gt;พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร&lt;/strong&gt; ก็มีอันต้องโบกมืออำลาพรรคที่ตัวเองสร้างมากับมือไปในที่สุด โดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะกลับมาสั่งเสียลูกน้องด้วยตัวเอง แต่แน่นอนว่าคงมีการพูดคุยและหารือกันมาพอสมควรแล้วเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของคนในพรรค โดยเฉพาะแกนนำทั้งหลายว่าจะมีแผนการต่อไปอย่างไร เพราะขณะนี้แกนนำหลายคนก็สละเรือไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น &lt;strong&gt;สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;สุรนันท์ เวชชาชีวะ&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;สมศักดิ์ เทพสุทิน&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;สนธยา คุณปลื้ม&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;สุชาติ ตันเจริญ&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;สุรเกียรติ์ เสถียรไทย&lt;/strong&gt; (พวกนี้มีชื่อขึ้นต้นด้วย ส. ทั้งนั้น) แต่ยังมีแกนนำบางคนที่ยังรักพรรคยิ่งชีพ พร้อมที่จะตายไปพร้อมกับพรรคเลยทีเดียว กลุ่มหลังนี้ก็อย่างเช่น &lt;strong&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;อนุทิน ชาญวีรกูล&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;วีระ มุสิกพงษ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ส่วนสาเหตุของการชิ่งหนีครั้งนี้ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่พรรคไม่สามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ตนเองได้อีกต่อไป เรียกว่าอยู่ไปก็ไม่มีอะไรทำ แถมยังเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบ สอบสวน หรือถูกตามล้างตามเช็ดจาก คตส., สตง., ปปช., ปปง., และอีกหลายองค์กรตัวย่อ ซึ่งจะยิ่งวุ่นวายไร้ความสะดวกเสียเปล่าๆ ซ้ำร้ายถ้าพรรคถูกยุบ ก็เป็นอันหมดอนาคตทางการเมืองไปอย่างน้อย 5 ปี ตามประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 เพราะฉะนั้นการลาออกจึงเป็นการปัดสวะให้พ้นตัวที่ดูเหมือนจะซับซ้อนน้อยที่สุดแล้ว (ในความคิดของบุคคลเหล่านี้)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;จริงอยู่ที่อาจมีคนเถียงว่าการลาออกครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับเหตุผลข้างต้นเลย แต่ลาออกเพราะต้องการความสมานฉันท์ หรือต้องการไปประกอบอาชีพอย่างอื่น หรือเหตุผลบ้าบอคอแตกอะไรก็แล้วแต่ เด็กอมมือฟังแล้วยังเข้าใจได้ว่าโกหกทั้งเพ นึกแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าคนเล่นการเมืองต้องหน้าด้านเข้าไว้จริงๆ นั่นแหละ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;นับจากนี้ต่อไปคงต้องจับตาดูว่าเลือดของพรรคไทยรักไทยจะหยุดไหลเมื่อไหร่ แต่ที่จะคลาดสายตาไปไม่ได้ก็คือการสลายตัวของบรรดาแกนนำพรรค สมาชิกพรรค และหัวหน้าพรรค จะเป็นเกมหลอกล่อให้คนดูตายใจหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าคิดและน่าที่จะต้องระวังเอาไว้ เพราะคนในพรรคนี้โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างเครือข่ายและวางขุมกำลังแผ่อิทธิพลไปทุกหย่อมหญ้าของเมืองไทยมานานหลายปี และที่ผ่านมาก็ยืนกระต่ายขาเดียวมาตลอดว่าจะไม่ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ดูเหมือนจะมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าภาพภายนอก และเป็นการเร็วเกินไปที่สังคมจะตัดสินกันแต่สถานการณ์ที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;เพราะ "ทักษิณ" ยังไงก็ยังเป็น "ทักษิณ" วันยังค่ำ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35044137-115989086439542682?l=sukimedia.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sukimedia.blogspot.com/feeds/115989086439542682/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35044137&amp;postID=115989086439542682' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/115989086439542682'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/115989086439542682'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sukimedia.blogspot.com/2006/10/blog-post.html' title='เลือดไหลไม่หยุด'/><author><name>baramee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02049421081932796319</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35044137.post-115929784823892967</id><published>2006-10-12T16:31:00.000+07:00</published><updated>2006-10-12T16:31:14.273+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเมืองเรื่องใกล้ตัว'/><title type='text'>บทสุดท้ายของมิ่งขวัญ</title><content type='html'>&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.bangkokbiznews.com/2006/04/21/images/picture_copy765.jpg" border="0" /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#cc0000;"&gt;&lt;strong&gt;เ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;หตุการณ์รับใช้นักการเมือง ทำให้ผู้อำนวยการ อสมท. อย่าง &lt;strong&gt;มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ&lt;/strong&gt; อยู่ในตำแหน่งต่อไปไม่ได้ สุดท้ายต้องประกาศลาออกพร้อมกับคณะกรรมการบริหารยกชุด ซึ่งจะว่าไปแล้วก็อาจจะไม่ใช่ความผิดของมิ่งขวัญเสียทีเดียว เนื่องจากเหตุการณ์ในวันที่ 19 กันยายน อาจมีการเคลื่อนไหวภายใน อสมท. ที่มิ่งขวัญอาจปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่า &lt;strong&gt;ทักษิณ ชินวัตร&lt;/strong&gt; ได้แต่งตั้ง &lt;strong&gt;เนวิน ชิดชอบ&lt;/strong&gt; ให้มาดูแล อสมท. เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็เป็นที่เชื่อได้ว่ามิ่งขวัญถูกเนวินกดดันให้ทำการออกอากาศคำแถลงการณ์ของทักษิณในค่ำคืนนั้นนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หรืออีกกรณีหนึ่งที่หลายคนก็อาจมองได้ว่า มิ่งขวัญมีความสนิทชิดเชื้อกับทักษิณพอสมควร จากที่ผ่านๆ มาก็ได้ตอบสนองนโยบายในหลายๆ เรื่อง และที่ดูจะเป็นชนวนเหตุของการออกมาต่อต้านระบอบทักษิณกันจนเรื่องราวบานปลาย ก็เพราะมิ่งขวัญนี่แหละที่ถอดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ของ &lt;strong&gt;สนธิ ลิ้มทองกุล&lt;/strong&gt; ออกจากผังรายการของโมเดิร์นไนน์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;แต่ถึงอย่างไร มิ่งขวัญก็ควรได้รับคำยกย่องในแง่ของความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้ทำพลาดไป แม้จะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ซึ่งตรงนี้เป็นคุณสมบัติที่ดีของการเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในระดับเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม ผิดกับคนชื่อทักษิณที่นอกจากจะไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใดๆ กับความเคลือบแคลงและการเสื่อมศรัทธาของสังคมแล้ว ขนาดคนไล่กันค่อนประเทศก็ยังไม่ยอมลงจากตำแหน่ง สุดท้ายเรื่องราวของอัศวินควายดำก็จบลงด้วยอำนาจปืนด้วยประการฉะนี้&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35044137-115929784823892967?l=sukimedia.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://sukimedia.blogspot.com/feeds/115929784823892967/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35044137&amp;postID=115929784823892967' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/115929784823892967'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35044137/posts/default/115929784823892967'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://sukimedia.blogspot.com/2006/09/blog-post_27.html' title='บทสุดท้ายของมิ่งขวัญ'/><author><name>baramee</name><uri>http://www.blogger.com/profile/02049421081932796319</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
